วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

การศึกษานอกสถานที่ - หอศิลปะและวัฒนธรรมภาคตะวันออก ม.บูรพา









หอศิลปะและวัฒนธรรมภาคตะวันออก มหาวิทยาลัยบูรพา  เสนอเรื่องราวเกี่ยวกับพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรม และเอกลักษณ์ทางภูมิปัญญาท้องถิ่น ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ต่อเนื่องมาจนถึงสมัยประวัติศาสตร์ตลอดจนเรื่องราวของกลุ่มคนต่างวัฒนธรรมที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานในภาคตะวันออก รวมทั้งงานศิลปะและวัฒนธรรมในท้องถิ่น โดยเฉพาะงานจิตรกรรมฝาผนัง ซึ่งสะท้อนฝีมือช่างท้องถิ่นอันเป็นอัตลักษณ์ได้เป็นอย่างดี

                             

 







ค่าเข้าชม เด็ก 10 บาท  ผู้ใหญ่ 20 บาท    
เปิดทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30-16.30 น.








การศึกษานอกสถานที่ - สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล ม.บูรพา



สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา









           สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล อยู่ติดกับมหาวิทยาลัยบูรพา ก่อนถึงชายหาดบางแสน มีเนื้อที่ 30 ไร่ ภายในแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ทางทะเล สถานเลี้ยงสัตว์น้ำเค็ม ซึ่งมีสัตว์ทะเลนานาชนิดจัดแสดงไว้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจและห้องปฏิบัติการวิจัยวิทยาศาสตร์ทางทะเล





        ส่วนการจัดแสดงถูกแบ่งออกเป็น 2 ชั้น ใหญ่ ๆ โดยบริเวณภายนอกสถาบัน จะมีการแสดงโครงกระดูกวาฬแกลบ ที่ตายในเขตน่านน้ำไทย ชั้นแรก มีการแสดงสัตว์อาศัยบริเวณชายฝั่งที่มีปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง เช่น แมงดาทะเล, ปลิงทะเล, หอยเม่น, ดาวทะเล, ปูเสฉวน, ดอกไม้ทะเล เป็นต้น 



ต่อมาจึงเป็นส่วนของปลาในแนวปะการังซึ่งอาศัยอยู่อย่างเกื้อกูลกัน เช่น ปลาการ์ตูนกับดอกไม้ทะเล เป็นต้น ต่อมาจึงเป็นส่วนของสัตว์ทะเลที่ไม่มีกระดูกสันหลัง ปลาเศรษฐกิจ ปลาที่มีพิษ และปลาที่อาศัยอยู่ในมหาสมุทรและบ่อฉลาม โดยเฉพาะในส่วนของปลาที่อาศัยอยู่ในมหาสมุทรนี้ถือได้ว่าเป็นจุดสนใจของสถาบันแห่งนี้มาตลอด เพราะมีการเลี้ยงปลาขนาดใหญ่ในตู้กระจกขนาดใหญ่ที่มีความจุน้ำถึง 200 ตัน ที่ใช้ความหนาของกระจกถึงหนึ่งคืบ เช่น ปลาหมอทะเล, ปลาฉลามครีบดำ ซึ่งปัจจุบันได้มีการสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ให้ใหญ่กว่าเดิมซึ่งสามารถจุน้ำได้ถึง 1,000 ตัน แล้วเสร็จในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2552 และเปิดให้เข้าชมได้ในวันที่ 5 ธันวาคม ปีเดียวกัน



ชั้นบน จะเป็นส่วนของพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ทางทะเล ช่วงแรกเป็นการแสดงนิทรรศการถาวรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เกี่ยวกับพระราชกรณีกิจทางด้านการฟื้นฟู อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และด้านวิทยาศาสตร์การประมง ต่อมาเป็นการแสดงถึงเรื่องราวของอาณาจักรของสิ่งมีชีวิตในทะเล เช่น แพลงก์ตอน, ฟองน้ำ, หมึก เป็นต้น ต่อมาจึงเป็นส่วนของนิเวศวิทยาทางทะเลและสัตว์ทะเลที่มีความผูกพันเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของคนไทย มีการจัดแสดงเครื่องมือที่ใช้ใมนการประมงและเรือประมง เป็นต้น และพิพิธภัณฑ์เปลือกหอย










เปิดให้เข้าชมทุกวันเว้นวันจันทร์ เวลา 08.30-16.00 น. วันหยุดราชการเปิดถึง 17.00 น. สาธิตดำน้ำให้อาหารปลาเวลา 14.30 น. วันหยุดเพิ่มรอบ 10.30 น.

อัตราค่าเข้าชม นักท่องเที่ยว ชาวไทย  ผู้ใหญ่ 60 บาท เด็ก 30 บาท  ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่  180  บาท เด็ก 100  บาท  สอบถามรายละเอียดเพิ่มได้ที่ โทร. 0 3839 1671-3

การเดินทาง จากกรุงเทพฯ ใช้ถนนสุขุมวิทผ่านแยกอ่างศิลา จตุจักรชลบุรี เลี้ยวขวามาทางเดียวกับบางแสน ตรงไปนิดเดียวจะเห็นสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเลอยู่ทางซ้ายมือ

เบอร์ติดต่อ สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา (พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ บางแสน) (038) 391671-3 ต่อ 184,126 ได้ทุกวัน ไม่มีวันหยุด ตั้งแต่เวลา 08.30-16.00 น.













วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

กิจกรรมครั้งที่ 2




1. หลังศึกษาเนื้อหาพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติกับแหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ให้นิสิตทำกิจกรรมดังนี้ 


     1.1 จากแหล่งการเรียนรู้ 31 แห่ง ให้แบ่งประเภทของแหล่งการ เรียนรู้ เช่น ทรัพยากรธรรมชาติ/อาคารสถานที่/บุคคล/วิธีการ 


ตอบ

แหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต ภาคเหนือ

            1.             ห้องสมุดประชาชนจังหวัดเชียงใหม่
            2.             พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี  จังหวัดเชียงใหม่
            3.             สวนสัตว์เชียงใหม่
            4.             ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเชียงใหม่
            5.             ศูนย์เรียนรู้กสิกรรมธรรมชาติตำบลไทรย้อยเครือข่ายเศรษฐกิจพอเพียง จังหวัดแพร่

ทั้งหมดคือ แหล่งการเรียนรู้ประเภท สถานที่

แหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

1.             ห้องสมุดประชาชนจังหวัดมุกดาหาร
2.             พระธาตุเรืองรอง  จังหวัดศรีสะเกษ
3.             ห้องสมุดประชาชนจังหวัดอุบลราชธานี
4.             สำนักวิทยบริการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
5.             สำนักวิทยบริการ มห่าวิทยาลัยมหาสารคาม
6.             สวนสัตว์นครราชสีมา

ทั้งหมดคือ แหล่งการเรียนรู้ประเภท สถานที่

แหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต ภาคกลางและตะวันออก


                 1.             ห้องสมุดประชาชนจังหวัดฉะเชิงเทรา

                 2.             ห้องสมุดประชาชน เฉลิมราชกุมารีอำเภอเมืองราชบุรี
                 3.             พิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย  กรุงเทพมหานคร
                 4.             พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย  จังหวัดนครปฐม
                 5.             องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) จังหวัดปทุมธานี
                 6.             เมืองโบราณ  จังหวัดสมุทรปราการ
                 7.             สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล  มหาวิทยาลัยบูรพา จังหวัดชลบุรี
                 8.             พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ  หอศิลป  กรุงเทพมหานคร
                 9.             หอศิลปมหาวิทยาลัยกรุงเทพ
                 10.           หอศิลปวิทยนิทรรศน์  กรุงเทพมหานคร
                 11.           สวนสัตว์ดุสิต  กรุงเทพมหานคร
                 12            สวนสัตว์เปิดเขาเขียว  จังหวัดชลบุรี
                 13.           ศูนย์กีฬาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  กรุงเทพมหานคร
                 14.           หอสมุด มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ องครักษ์ จังหวัดนครนายก
                 15.           ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมวัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร อันเนื่องมาจากพระราชดำริ 
                                  จังหวัดชลบุรี

         ทั้งหมดคือ แหล่งการเรียนรู้ประเภท สถานที่



แหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต ภาคใต้

1.             ห้องสมุดประชาชนจังหวัดนครศรีธรรมราช
2.             ห้องสมุดประชาชน เฉลิมราชกุมารีจังหวัดภูเก็ต
3.             สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ต  สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเล และป่าชายเลน
4.             สวนพฤกษศาสตร์ภาคใต้ (ทุ่งค่าย)  จังหวัดตรัง
5.             สวนสัตว์สงขลา

ทั้งหมดคือ แหล่งการเรียนรู้ประเภท สถานที่




1.2 จากแหล่งการเรียนรู้ต้นแบบ 31 แหล่ง ให้นิสิตประเมินแหล่งการเรียนรู้โดยเลือกมา 1 แหล่ง ในประเด็นดังนี้

สวนสัตว์เปิดเขาเขียว จังหวัดชลบุรี



           1.2.1 อะไร คือ องค์ความรู้ของแหล่งการเรียนรู้นั้น ๆ
ตอบ  ชื่อของสัตว์ และลักษณะต่างๆของสัตว์ชนิดต่างๆ  รวมถึงแหล่งที่มา แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์แต่ละชนิดที่มีความแตกต่างกัน 
           1.2.2 นิสิตคิดว่าใคร คือ กลุ่มเป้าหมายหลัก / กลุ่มผู้เรียนหลัก ให้ระบุ
ตอบ  นักเรียน นักศึกษาที่มาหาความรู้  และประชาชนทั่วไป
           1.2.3  วิธีการจัดกระบวนการเรียนรู้สำหรับผู้เรียน/กลุ่มเป้าหมายนั้น ๆ 
ตอบ  เป็นการสาธิต  และการแนะนำเพิ่มเติม  การให้ผู้ที่มาศึกษาได้รับจากประสบการณ์ตรงจะเป็นวิธีที่เหมาะสม
           1.2.4 รูปแบบ / วิธีการ / เทคนิคการนำเสนอ 
ตอบ  มีวิธีการสาธิตการให้อาหาร  และมีการแสดงความสามารถของสัตว์ชนิดต่างๆ และตามสถานที่ที่มีสัตว์ก็จะมีป้ายอธิบายถึงความเป็นมา ชนิด ชื่อ ของสัตว์แต่ละชนิดด้วย  นอกจากนั้นบางที่ก็มีเจ้าหน้าที่คอยให้ความรู้ต่างๆเพิ่มเติม
           1.2.5  มีวิธีการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์และกลุ่มผู้เรียนอย่างไร  
ตอบ  กลุ่มผู้เรียนเป็นเด็กเยาวชนก็ควรมีการให้คำแนะนำใกล้ชิด  และให้ประสบการณ์จริงที่สามารถจำได้ง่ายๆ
           1.2.6 สามารถเชื่อมโยงกับการศึกษา ในระบบ นอกระบบ ตามอัธยาศัย ได้หรือไม่อย่างไร  
ตอบ  เป็นการเชื่อมโยงกับการศึกษาตามอัธยาศัย  ซึ่งสามารถเรียนรู้ได้ตั้งแต่เด็กเล็กๆ จนถึงวัยชรา  ในสวนสัตว์แห่งนี้มีทั้งการศึกษาค้นคว้าวิจัย  โครงการต่างๆ และการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า  อีกทั้งยังมีการสร้างความสมดุลระบบทางธรรมชาติ   และยังเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจอีกด้วย



 2. หลังจากศึกษาเนื้อหาแหล่งการเรียนรู้ประเภทบุคคลให้นิสิต Download Clip VDO เกี่ยวกับแหล่งเรียนรู้ประเภทบุคคล คนละ 2 ClipVDO พร้อมนำเสนอบน Weblog พร้อมอธิบาย องค์ความรู้ที่ได้/รางวัลที่ได้รับ/จุดเด่น 


พ่อผอง เกตุพิบูลย์  ปราชญ์ชาวบ้าน และคุณครูนักพัฒนา









พ่อผอง เกตพิบูลย์ ปราชญ์ชาวบ้านจังหวัดขอนแก่น และคุณครูนักพัฒนาคนสำคัญ ผู้เจริญรอยตามพระยุคลบาท เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงในการดำเนินชีวิต และเข้าถึงธรรมะบนรากฐานของความรัก ผู้ขยายเครือข่ายการเรียนรู้สู่การพึ่งตนเองของชาวบ้านโนนพริก    แม้ว่าอายุล่วงเลยมาถึง 70 ปี พ่อผอง และแม่จันทรา เกตพิบูลย์ แห่งบ้านโนนพริก อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น ดูเหมือนยิ่งนานวันยิ่งแข็งแรงขึ้นด้วยการร่วมแรงร่วมใจสร้างสวนจันทรา มาตั้งแต่ปี 2534 จนทำให้ทั้งสองท่านมีความสุขขึ้นมากทั้งกาย ใจ และสังคม รางวัลพระธาตุนาดูรทองคำที่ได้รับจากพระหัตถ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เมื่อ 21 ธันวาคม 2541 ที่ผ่านมาไม่เป็นเพียงความภาคภูมิใจของคนในครอบครัวของพ่อผอง เท่านั้น หากเป็นความภาคภูมิใจของพวกเราชาวเครือข่ายการเรียนรู้สู่การพึ่งตนเองทุกคน

พ่อผองเกิดเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2473 จบการศึกษาแล้วเริ่มอาชีพเป็นครูที่ดี ทั้งสายผู้สอนและสายผู้บริหารตั้งแต่ปี พ.ศ. 2494 จนเกษียณอายุในตำแหน่งครูใหญ่ เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2534 มีบุตรสาว 1 คน และบุตรชาย 5 คน

องค์ความรู้ที่ได้

การทำเกษตรประณีต เป็นการเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ของเกษตรกร จากการคิดเพียง 1 ไร่ คือ ที่ดิน 1,600 ตารางเมตร ไม่มีการคำนวณและคำนึงถึงประโยชน์ที่จะได้มากนัก การคิดว่า 1 ไร่มี 1,600 ตารางเมตร หยาบเกินไป อาจจะต้องคิดเป็นตารางฟุต ตารางนิ้ว หรือตารางเซนติเมตรไปเลย เป็นการท้าทายให้ไม่คิดเฉพาะดิน แค่ใต้ดินก็สามารถปลูกพืชได้ เช่น ปลูกมันเทศซึ่งลงหัวในดิน เหนือดินขึ้นไป 2 ชั้น 3 ชั้น ก็มีต้นไม้มีนก และมีสัตว์ต่าง ๆ รอบ ๆ แปลงปลูกชะอมได้กว่า 500 ต้น เก็บเกี่ยวแต่ละต้นจะมีกินมากมาย มีเหลือแจกเพื่อน เหลือแจกนำไปขาย พื้นที่เหนือดินปลูกฟัก น้ำเต้า ในแปลงปลูกผักไม้ผล ไม้ใช้สอย พื้นที่ว่างเลี้ยงสัตว์ เพาะเห็ด เป็นต้น


รางวัลที่ได้รับ

พ่อผองได้รับรางวัลต่าง ๆ มากมาย ดังนี้
1. รางวัลโล่ห์สิงห์ทอง จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สาขาผู้นำอาชีพก้าวหน้า จังหวัดขอนแก่น ปี 2541      โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดขอนแก่น
2.รางวัลพระราชทานพระธาตุนาดูนทองคำจากสมเด็จพระเพรัตนราชสุดาฯ เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2541     โดยการคัดเลือกจากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม
3. เกียรติบัตรอาสาสมัครไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในชุมชนประจำปี 2541 โดยรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม
4. เกียรติบัตร "ภูมิปัญญาท้องถิ่น" เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2542 โดยวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีจังหวัดขอนแก่น
5. เกียรติข้าราชการบำนาญดีเด่น ประจำปี 2542 โดยสำนักงานการประถมศึกษาอำเภอพล
6. เกียรติบัตรข้าราชการบำนาญดีเด่น ประจำปี 2542 โดยเขตพัฒนาคุณภาพการศึกษาทักษิณ (เขต 5)
7. รางวัลคนค้ำคูณเมืองขอนแก่น ประจำปี 2543 โดยมูลนิธิพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน เพื่อคุณภาพชีวิตดี จังหวัดขอนแก่น
8. เกียรติบัตรเกษตรผสมผสานสาขาไร่นาสวนผสม ประจำปี 2544 โดยสำนักงานการเกษตรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

จุดเด่น

พ่อผองถือเป็นตัวอย่างของข้าราชการบำนาญที่ตั้งใจศึกษาเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวทางทฤษฎีใหม่ ทำให้ชีวิตดีขึ้นอย่างชัดเจน มีความหวัง มีความฝัน และมีแผนปฏิบัติการ มีผู้ทำตามอย่างใกล้ชิด 109 คน มีคนมาดูงานตั้งแต่ปี 2538 นับได้ถึง 3000 คนเศษ กลายเป็นชีวิตหลังเกษียณที่ไม่เหี่ยวเฉา ไม่ป่วยง่าย ไม่ตายเร็ว เป็นการแก่เฒ่าอย่างมีคุณค่าและชราอย่างมีศักดิ์ศรี ซึ่งทั้งหมดพ่อผองกล่าวว่า "เป็นเพราะบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงทำให้มีวันนี้ได้"



พ่อผาย สร้อยสระกลาง   ปราชญ์ชาวบ้าน นักจัดการ จ.บุรีรัมย์









พ่อผาย สร้อยสระกลาง : 64 หมู่ที่ 4 ต.โคกล่าม อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์
ปรัชญาของเจ้าของบ้าน : อัตตาหิ อัตตาโน นาโถ แปลว่า ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน


องค์ความรู้ที่ได้

เกษตรประณีต 1 ไร่ มิใช่เพียงรูปแบบที่เพียงจดจำหรือนำไปทำตาม แต่สิ่งทีสำคัญมากกว่านั้น คือ แนวคิดในการทำการเกษตร แนวคิดในการใช้ชีวิต ซึ่งหากผู้ปฏิบัติยึดเพียงรูปแบบการทำเกษตรแบบประณีตในแปลง การพึ่งตนเองอย่างยั่งยืนก็อาจไม่ประสบผล เกษตรประณีตจะสมบูรณ์ต้องประกอบด้วยหลักคิดในการทำการเกษตรผสานกับหลักคิดที่ต้องมีในตัวผู้ปฏิบัติ ความสำคัญในการพัฒนาคนจึงมาก่อน เกษตรประณีตเป็นสิ่งที่สอดคล้องกับระบบเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรพอเพียงตามแนวพระราชดำริขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เกษตรประณีตเป็นการทำให้คนลองใช้ความสามารถกับพื้นที่เล็กๆ ก่อน เมื่อมีความชำนาญแล้วก็ขยายไปสู่พื้นที่ที่มากกว่า 1 ไร่ มีการใช้ชีวิตอย่างพอเพียง ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ เมื่อทำไปก็จะพึ่งตนเองได้ ไม่ยากจน และสามารถปลดภาระหนี้สินได้ 

การทำเกษตรประณีตในมุมมองของพ่อผายต้องมี 4 ขั้นตอน
1. กำหนดเป้าหมายโดยที่ไม่เอาเงินเป็นตัวตั้ง เอาความสุขใจเป็นตัวตั้ง เอาความมีเป็นตัววัด มีในสิ่งที่จำเป็นในการดำรงชีวิตในพื้นที่ พืชผัก ไม้ผลยืนต้น ไม้ใช้สอย สัตว์เลี้ยง ฯลฯ
2. รวมพลังคนในบ้านและชุมชน เพื่อสร้างอาหารให้พลังแก่ตนเองและคนในแผ่นดิน
3. ต้องตั้งมั่น คือ รู้จักตัวเอง รู้จักผู้อื่น รู้จักสิ่งแวดล้อม เพื่อเข้าใจบทบาทหน้าที่ของตน 
4. ต้องตั้งใจ ตั้งใจทำมาหากินเพื่อให้มีอยู่มีกิน พึ่งพาตัวเอง ค่อยๆ ลดหนี้ไป

รางวัลที่ได้รับ

พ่อผายได้รับฉายานามใหม่ว่า "ผู้ใหญ่บ้านหัวหมอ" ซึ่งผู้ใหญ่ผายก็น้อมรับไว้ และพาชาวบ้านเดินหน้าจนกระทั่งโครงการสำเร็จอย่างมาก ในที่สุดส่วนราชการต่างๆ ก็ยอมรับและนำป้ายของส่วนราชการมาสนับสนุนโครงการ


จุดเด่น


จุดเด่นของศูนย์เรียนรู้ของพ่อผาย สร้อยสระกลาง

1. เป็นศูนย์เรียนรู้ที่เน้นการพึ่งตนเองและพึ่งพากันเอง
2. มีการจัดการด้าน การขยายเครือข่ายอย่างชัดเจน ทั้งในระดับกลุ่ม หมู่บ้าน อำเภอ และจังหวัด
3. มีการจัดการสร้างเด็กรักถิ่นมาสืบทอด
4. มีการจัดการด้านกองทุนต่างๆ เช่น กองทุนออมน้ำ กองทุนวัวควาย กองทุนวัฒนธรรม เป็นต้น
5. มีการพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ๆ อย่างเป็นระบบ

ศูนย์เรียนรู้ของพ่อผาย สร้อยสระกลาง   มีผู้มาศึกษาดูงานเป็นจำเดือนละ 10-30 คณะ โดยปี 2542 มีผู้มาศึกษาดูงาน 10,000 คนเศษ รูปแบบการขยายเครือข่ายสู่การพึ่งตนเองและพึ่งพากันเอง มีคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม ต่อเนื่องไปถึงลูกหลาน เป็นประโยชน์อย่างมากต่อเกษตรกรที่สนใจรวมทั้งนักพัฒนาทั้งภาครัฐและองค์กรเอกชนที่สนใจ พาชาวบ้านเรียนรู้ตามแนวทางพระราชดำริ













วันจันทร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2555

แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้


คำสั่ง : แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ที่รู้จักมาอย่างน้อย 5 แหล่งในจังหวัดที่เราสนใจ



จังหวัดชลบุรี



1. หมู่บ้านช้าง (พัทยา)




 


                หมู่บ้านช้างพัทยาเป็นสถานที่ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับช้างในเรื่องต่าง ๆ  มีจุดประสงค์เพื่อการอนุรักษ์สัตว์ใหญ่อย่างช้างด้วย จึงไม่น่าจะเป็นปัญหากับนักท่องเที่ยวที่เป็นนักอนุรักษ์ นอกจากให้ความรู้กับนักท่องเที่ยวแล้ว หมู่บ้านช้างยังเปิดบริการให้นั่งช้างเที่ยวรอบ ๆ หมู่บ้านด้วย ซึ่งมีทั้งนั่งชมแบบทั่วไปกับแบบลุยครบวงจรที่ซึ่งจะได้ประสบการณ์มาก

Contact information: 
Address: 54/1 Moo 2, Tambol Nong Prue, Pattaya City
Tel: +66 (0)-3824-9145-7
Email: info@elephant-village-pattaya.com
Website: http://www.elephant-village-pattaya.com/

>>> เป็นแหล่งการเรียนรู้ประเภทสถานที่


2. วัดญาณสังวราราม 



                    วัดญาณสังวราราม   เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร สังกัดธรรมยุตินิกาย ตั้งอยู่ที่ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี มีพื้นที่ประมาณ 366 ไร่ นอกจากนี้ยังมีเนื้อที่ในเขตโครงการพระราชดำริประมาณ 2,500 ไร่เศษ ที่ติดต่อกับอาณาเขตวัด วัดญาณสังวรารมเป็นวัดที่อยู่ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก และได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระกรุณานานัปการจากองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอทุกพระองค์ และสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ได้ทรงอุปถัมภ์ในการก่อสร้างตลอดมา และทรงรับเป็นวัดในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นวัดในพระองค์อีกด้วย

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: www.thaitrip.comwww.sattahipbeach.com

>>> เป็นแหล่งการเรียนรู้ประเภทสถานที่


3. หาดเตยงาม (สัตหีบ)




                  หาดเตยงาม อ่าวนาวิกโยธินเป็นหาดสวยงามที่ได้รับการดูแลจากทหารเรือไทย มีความเป็นธรรมชาติสูง บางครั้งอาจจะได้เห็นทหารออกมาฝึกด้วย เป็นหาดที่เมาะสำหรับการพาเด็ก ๆ ไปเที่ยวเพราะหาดมีความปลอดภัยสูง ไม่ลาดชัน อาหารและที่พักก็มีไว้รองรับนักท่องเที่ยวเช่นกัน มีเรือคายัค และปะการังน้ำตื้น (ตรงบริเวณเกาะเล็ก ๆ ที่อยู่ใกล้ ๆ) ให้เข้าไปดูได้ด้วย การจะมาเที่ยวที่หาดแห่งนี้ต้องเข้าตรงหน่วยบัญชาการนาวิกโยธินสัตหีบ

Contact information: 
Address: หน่วยบัชาการนาวิกโยธิน (นย.) สัตหีบ



>>> เป็นแหล่งการเรียนรู้ประเภทสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ


4. น้ำตกชันตาเถร



                เป็นน้ำตกในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาเขียว-เขาชมภู่ อยู่ห่างจากถนนสุขุมวิท ไปประมาณ 15 กิโลเมตร ตามทางหมายเลข 3144 ทางไปวัดเขาไม้แดง มีป้ายบอกทางเป็นระยะ เมื่อถึงลานจอดรถต้องเดินเท้าอีก 700 เมตร สามารถเช่ารถสองแถวจากตลาดบางพระได้ น้ำตกแห่งนี้มีความสูงถึง 5 ชั้น ชั้นที่ 4 มีความสวยงามที่สุด ซึ่งต้องเดินเท้าประมาณ 1 กิโลเมตร ส่วนชั้นที่ 5 ต้องปีนป่ายขึ้นไป มีน้ำเฉพาะช่วงเดือนสิงหาคม-พฤศจิกายน เปิดให้เข้าเที่ยวชมระหว่างเวลา 06.00-16.00 น. ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมกราคมเหมาะที่จะมาดูนก โดยเฉพาะนกเงือก ผู้สนใจจัดกิจกรรมค่ายเยาวชน เพื่ออนุรักษ์ธรรมชาติส่งจดหมายถึงหัวหน้าสถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าเขาเขียว ตู้ ป.ณ. 10 ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี 20210




>>> เป็นแหล่งการเรียนรู้ประเภทสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ


5.  สนธยา คุณปลื้ม





                       นายสนธยา คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาคนแรก และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรีหลายสมัย   ปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายก
สมาคมกีฬาจังหวัดชลบุรี และเป็นประธานสโมสรฟุตบอลพัทยา ยูไนเต็ดและประธานสโมสรฟุตบอลศรีราชา



>>> เป็นแหล่งการเรียนรู้ประเภทบุคคล




6. อุดม แต้พานิช





                           อุดม แต้พานิช เป็นศิลปิน คอมเมเดียน นักแสดง นักเขียน ผู้มีผลงานอันเป็นที่ยอมรับอย่างมากในประเทศไทย โดยเฉพาะในด้านการแสดง เดี่ยวไมโครโฟน หรือการแสดงตลกคนเดียวบนเวที (Stand Up Comedy) นอกจากด้านการแสดงเดี่ยวไมโครโฟนแล้ว อุดมยังเป็นคนทำงานศิลปะ เป็นคนเขียนบทและแสดงภาพยนตร์ รวมทั้งเป็นนักเขียนที่มีผลงานโดดเด่น และอยู่ในความทรงจำของผู้คน


>>> เป็นแหล่งการเรียนรู้ประเภทบุคคล



7. ประเพณีวิ่งควาย




               ประเพณีวิ่งควาย เป็นงานประเพณีประจำจังหวัดชลบุรี เป็นหนึ่งในประเพณีอันเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดชลบุรีที่มีการจัดมากว่า 100 ปีแล้ว ประเพณีวิ่งควาย เป็นประเพณีที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ในวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 11 หรือก่อนออกพรรษา 1 วัน เพื่อเป็นการทำขวัญควายและให้ควายได้พักผ่อนหลังจากตรากตรำกับการงานในท้องนามายาวนาน นอกจากนี้ประเพณีวิ่งควายยังเป็นการแสดงความกตัญญูรู้คุณต่อควายที่เป็นสัตว์มีบุญคุณต่อชาวนาและคนไทยอีกทั้งยังเพื่อให้ชาวบ้านได้มีโอกาสพักผ่อนมาพบปะสังสรรค์กันในงานวิ่งควาย
               ปัจจุบัน ประเพณีวิ่งควายในเขตเทศบาลเมืองชลบุรี จะจัดในวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 11 อำเภอบ้านบึงจัดในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ตลาดหนองเขิน อำเภอบ้านบึง จัดในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 วัดดอนกลาง ตำบลแสนสุข อำเภอเมือง จัดวิ่งควายในวันทอดกฐินประจำปีของวัด


>>> เป็นแหล่งการเรียนรู้ประเภทกิจกรรม